🚩น่าน-จับสึกพระลักทรัพย์(เงินตู้บริจาค)ในวัดดัง (มีคลิป)

 

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564   เวลา       22.30 น. พ.ต.อ.ชาตรี หทยะวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองน่าน,พ.ต.ท.สุวัฒน์ จินดาวรรณ์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองน่าน,พ.ต.ท.เดี่ยว ศรีวิชัย สว.สส.สภ.เมืองน่าน, ร.ต.อ.สมาน ไข่คำ รอง สวป.ฯช่วยงานสืบสวนฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง


ได้ร่วมกันจับกุมนายไชยเชษฐ์ สิรีภัคภิรมณ์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 155 หมู่ 8 ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน (พระไชยเชษฐ์ สิรีภัคภิรมณ์(ผู้ต้องหาในคดีนี้) พร้อมด้วยของกลาง


– ธนบัตรและเหรียญชนิดต่างๆเป็นเงินสด จำนวน 6,224 บาท ที่ซุกซ่อนอยู่ในถุงย่ามวางอยู่ที่โต๊ะวางของในกุฏิแก้วศรีวงศ์ วัดอรัญญาวาส ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน(ของผู้ต้องหาใช้พักอาศัย)
โดยกล่าวหาว่า   ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ หรือ รับของโจร

หลังจากที่ จนท.ชุดจับกุมได้รับแจ้งจาก
พระครูพิทักษณ์นันทคุณ(สงวน พันธ์ชา)เจ้าอาวาสฯ ว่า มีผู้ลักทรัพย์เงินสดในตู้บริจาค จำนวน 2 ตู้(ยังไม่ทราบเงินภายในตู้) ตั้งอยู่ภายในวิหารวัดอรัญญาวาส ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน แล้วหลบหนีไปขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตรวจสอบและติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีฯ โดยเมื่อไปถึง


จากการสอบถามพระธนพล เจริญพร(พระลูกวัด) ซึ่งได้เล่ารายว่าได้สังเกตเห็นว่ามี พระไชยเชษฐ์ สิรีภัคภิรมณ์(ผู้ต้องหาในคดีนี้)ซึ่งมักจะมีพฤติการณ์ในการลักทรัพย์ฯ โดยในช่วงเวลาเย็นจะวนเวียนเข้า-ออกวิหารอย่างผิดปกติ โดยเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว โดยพระไชยเชษฐ์ สิรีภัคภิรมณ์ จะอาศัยอยู่ที่กุฏิแก้วศรีวงศ์ ภายในวัดอรัญญาวาสฯ โดยที่เจ้าอาวาสฯได้ไปยังกุฏิแก้วศรีวงศ์ฯ

เมื่อไปถึงได้เรียกให้พระที่อยู่ภายในกุฏิออกมาพบออกมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมา ได้มีพระไชยเชษฐ์ หรือ นายไชยเชษฐ์ สิรีภัคภิรมณ์(ผู้ต้องหา)ออกมาพบจากนั้นสอบถามผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้ทำการลักทรัพย์เงินบริจาคภายในตู้ จำนวน 2 ตู้ ของทางวัดไปจริง โดยเมื่อได้เงินแล้วได้นำเก็บซุกซ่อนในถุงย่ามวางไว้บนโต๊ะในกุฏิฯ ที่พบของกลาง และได้ยินยอมและสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำการตรวจสอบภายในกุฏิฯ

โดยเมื่อเข้าไปในกุฏิฯผู้ต้องหาได้ชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบในถุงย่ามที่วางอยู่บนโต๊ะภายในกุฏิฯซึ่งนำมาตรวจสอบแล้วภายในมีธนบัตรและเหรียญชนิดต่างๆเป็นเงินสด ตรวจนับต่อหน้าผู้ต้องหาได้ จำนวน 6,224 บาท และผู้ต้องหารับว่าเป็นทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาได้ทำการลักทรัพย์ไปจริง (ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งมอบคืนของกลางให้กับเจ้าอาวาสไป)

พร้อมได้นำพระไชยเชษฐ์ ไปสึกแล้วจึงได้ควบคุมนำส่งร.ต.ท.ณัฐนันท์ พูลเพิ่ม พงส.สภ.เมืองน่าน ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพในข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ ปฏิเสธในข้อหารับของโจร เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น รายงาน