รมว.ทส. ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามแผนการฟื้นฟูพื้นที่ไฟป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้นโยบายชัดจะไม่ยอมให้ป่าพรุที่สมบูรณ์ถูกบุกรุกกลายเป็นป่าเสื่อมโทรมโดยเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 เวลา 13.30 น.ที่ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่าและหมอกควัน สถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วยนายธีระ วงศ์สมุทร ที่ปรึกษา รมว.ทส./ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ / นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง / นายโสภณ ทองดี ผู้ตรวจราชการ.ทส / นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช / นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ และผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามแผนการฟื้นฟูพื้นที่ไฟป่าพรุควนเคร็ง บริเวณไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง และพื้นที่ป่าพรุที่ถูกไฟไหม้ พร้อมได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า และมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่า แผนหยุดยั้งการทำลายและฟื้นฟูป่าครุควนเคร็ง รวมทั้ง รับฟังสรุปแนวทางการฟื้นฟูป่าพรุ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช (นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว) ข้าราชการ เจ้าหน้า และเครือข่าย ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ให้การต้อนรับ 

ในโอกาสนี้ รมว ทส. ได้พบปะและกล่าวให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า ในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง โดยกล่าวว่า ขอขอบคุณ และเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน ตราบ ใดที่ยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการทุกอย่างภายใต้อำนาจหน้าที่ในสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ กำลัง ปัจจัย ในการปฏิบัติงาน เพื่อดูแล และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกคน เนื่องจากทราบดีว่ากำลังของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานมีน้อย แต่พื้นที่ป่าที่ต้องดูแลทั้งประเทศมีจำนวนหลายล้านไร่ การจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ ต่างๆ และขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่จึงเป็นเรื่อง ที่สำคัญ และขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่ดูแลเจ้าหน้าที่ทุกท่านให้ดีที่สุด เพราะผลงานของกระทรวงฯ ไม่ได้อยู่ที่รัฐมนตรีฯ ปลัดกระทรวงฯ หรืออธิบดี ที่อยู่ ณ ที่นี้ แต่ความสำคัญและหัวใจสำคัญของกระทรวงฯ อยู่ที่เจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน เพราะทุกท่าน คือผลงานและความสำเร็จของกระทรวงฯ รมว.ทส ยังได้กล่าวเน้นย้ำว่า ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย  โดยจะระดมสรรพกำลังของจิตอาสาในทุกจังหวัด ที่อยู่ในพื้นที่ของป่าพรุ มาร่วมกันฟื้นฟูป่าพรุ จะไม่ยอมให้มีคำว่าพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมขึ้นมาอีก ทั้งนี้ ได้ประสานไปยังกรมป่าไม้ ในการจัดเตรียมกล้าไม้นับแสนต้น เพื่อที่พวกเราทุกคนจะมาร่วมกันฟื้นฟูป่าพรุ ประเทศไทยจะต้องไม่มีป่าเสื่อมโทรมอีก และคนและป่าจะต้องอยู่ร่วมกันได้ คนจะต้องช่วยดูแลป่า เมื่อใดที่คนดูแลป่า ๆ ก็จะดูแลคน ปัญหาต่าง ๆ ก็จะหมดไปเอง รมว.ทส ได้กล่าวในตอนท้ายอีกว่า ดีใจและภูมิใจ ที่ได้มายืนต่อหน้าทุกคน บทบาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือการดูแลผืนป่า และทะเล หากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน มีปัญหาใดก็สามารถแจ้งมาได้ และในนามของคนไทยกว่า 70 ล้านคน ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านอีกครั้งที่ได้เสียสละ ความสุขส่วนตัวในการปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่าเพื่อ ดูแลผืนป่าและอนาคตของประเทศไทย นอกจากนี้ รมว.ทส ได้เยี่ยมชมนิทรรศการการดับไฟป่า การปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง และการแสดงการทำผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ในโอกาสนี้ด้วย 

โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.ได้มีข้อสั่งการในการตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2562 ดังนี้

1.จัดทำแผนฟื้นฟูป่าพรุ ทั้งนี้ให้เตรียมกล้าไม้เพื่อการฟื้นฟูป่าพรุให้มากที่สุด 

2.พัฒนาอากาศยานไร้คนขับที่สามารถบินได้ระยะไกลพร้อมมีกล้องตรวจจับความร้อน

3.ให้กรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลสำรวจแล้วจัดทำแหล่งน้ำกระจายทั่วพื้นที่ป่าพรุ

4.ให้ออกแบบการบริหารจัดการน้ำเมื่อฝนตกมาต้องกักเก็บน้ำไว้ในป่าพรุให้มากที่สุด

5.สร้างจิตสำนึกประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจถึงประโยชน์ของป่าพรุเพื่อนำไปสู่การอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนกับป่าพรุอย่างสมดุลยั่งยืน

6.จัดให้มีการปลูกป่าด้วยการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนโดยกำหนดประมาณเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒

7.ป้องกันไม่ให้ผู้ใดบุกรุกป่าอีกโดยเด็ดขาด

8.ให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯประสานสปก.และหน่วยงานรับผิดชอบเกี่ยวกับที่ดินทุกประเภทร่วมกันกำหนดแนวขอบเขตพื้นที่ให้ชัดเจนเป็น ชุดข้อมูลเดียวกัน เพื่อประโยชน์ต่อการบริหารจัดการพื้นที่ต่อไป

ชฏิลรัตน์ เอกอนันต์กุล/ปฏิญญา  เรือนงาม /ข่าว-ภาพ จังหวัดน่าน รายงาน